กล้องวงจรปิด

กล้องวงจรปิด (CCTV) ได้รับการพัฒนาขึ้นมาเป็นครั้งแรกในช่วงปลายทศวรรษที่ 26 และนำไปใช้ในระบบการรักษาความปลอดภัยภายในธนาคารหรือสถานที่ ที่ต้องการความปลอดภัยเป็นอย่างมากเรียกได้ว่ามีการนำกล้องวงจรปิดไปใช้ในวงแคบไม่แพร่หลายเหมือนในปัจจุบันอาจเป็นเพราะในยุคนั้นมีราคาค่อนข้างสูงคุณภาพของภาพในยุคแรกเป็นภาพขาวดำที่ไม่ชัดเเละไม่ละเอียดเรียกได้ว่ามีคุณภาพที่แย่ ต่อมาก็มีการพัฒนากล้องวงจรปิดอย่างต่อเนื่อง จนปัจจุบันทำให้เกิดการใช้งานอย่างแพร่หลายและสามารถควบคุมการทำงานในระยะไกลได้มีภาพที่ได้มีสีสันและมีความละเอียดชัดเจนของภาพมากกว่าในอดีต ประโยชน์ของกล้องวงจรปิด
- เฝ้าระวังความปลอดภัยของบุคคลและสถานที่ เพื่อลดต้นทุนงานด้านรักษาความปลอดภัยในหน่วยงาน หรือองค์กรต่างๆ
- ตรวจสอบการทำงานของพนักงาน หรือ การทำงานของเครื่องจักร ที่ทำงานร่วมกันในระบบอัตโนมัติ เช่น ใช้ดูแลสังเกตุการาณ์การจากพื่นที่ไกลๆ โดยการควบคุมงานจากระยะไกล
- ตรวจสอบคุณภาพ เช่น ใช้ดูชิ้นงานในห้องไลน์ผลิตสินค้า ( Processing Room ) จากห้องควมคุมกลาง ช่วยย่นระยะเวลาในการตรวจสอบได้
- ใช้ดูภาพสดในห้องที่สภาพแวดล้อมไม่เหมาะต่อการอยู่ของมนุษย์ เช่น ห้องสารเคมีรุนแรง กลิ่นแรงหรือสิ่งที่ต้องการดูอยู่ในที่สูง หรืออยู่ไกลจากผู้ดูแล
- ใช้ดูในจุดล่อแหลมเพื่อป้องกันตนเอง เช่น ดูผู้กดกริ่งหน้าบ้าน ดูผู้มาติดต่อ ดูในจุดเปลี่ยวอันตรายโดยไม่ต้องเดินทางเข้าไปเสี่ยงในจุดนั้น
- ใช้เป็นหลักฐานในการดำเนินคดี หรือเป็นหลักฐานป้องกันการกล่าวหา กรณีเกิดเหตุการณ์ไม่คาดคิด หรือเป็นหลักฐานการหมิ่นประมาท (ต้องใช้ไมล์เสียงประกอบ)
- ใช้เพื่อการโฆษณา ประชาสัมพันธ์ เช่น การให้ลูกค้าได้ดูกระบวนการผลิตอันมีมาตรฐานของโรงงาน หรือให้ดูปริมาณสินค้าในสต็อก
- ใช้จับผิดผู้ต้องสงสัยเพื่อเป็นหลักฐานในการดำเนินคดี เช่น สงสัยพฤติกรรมของพนักงานหรือดูพฤติกรรมพี่เลี้ยงเด็ก เป็นต้น
- ใช้สำหรับการค้นคว้าวิจัย เรื่องต่างๆเฉพาะด้าน
ภาพของกล้องวงจรปิดมักจะมีการบันทึกลงในอุปกรณ์ บันทึกภาพ (DVR = DigitalVideoRecorder) ในการบันทึกภาพจากกล้องวงจรปิดนั้น สามารถบันทึกได้นาน เป็นเดือน หรือเป็นปี ซึ่งความแตกต่างเรื่องเวลาในการบันทึก มักขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายประการ เช่น
- ขนาดพื้นที่ของอุปกรณ์ในการบันทึกภาพ เช่น HDD มีปริมาณมากน้อยแค่ไหน 500GB หรือ 1TB หรือ 2TB และใส่ HDD กี่ลูก (DVR แต่ละรุ่น รองรับจำนวน HDD ได้ไม่เท่ากัน)
- ความละเอียดในการบันทึก จะถูกแบ่งย่อยออกเป็น อีก 3 หัวข้อ คือ 1.ขนาดของภาพ 2.Frame Rate 3.Bandwidth
- รูปแบบการเข้ารหัสสัญญาณภาพ เช่น H.264 ,H265+ เป็นต้น
- การตั้งค่าการบันทึก เช่น เปิดระบบตรวจจับการเคลื่อนไหว (Motion Detect) และการตั้งตารางการบันทึก (Schedule)
นอกจากนี้กล้องวงจรปิดยังสามารถแบ่งแยกประเภทออกเป็น 6 ประเภท หลักคือ
1. กล้องวงจรปิดแบบมาตราฐาน (Standard Camera) จุดเด่นอยู่ที่สามารถเปลี่ยนเลนส์เพื่อปรับมุมมองของภาพให้ เหมาะสำหรับพื้นที่ ที่มีแสงสว่าง มีทั้งแบบใช้ในอาคาร Housing Indoor และแบบใช้นอกอาคาร Housing Outdoor กล้องวงจรปิดแบบมาตรฐานติดตั้งได้ง่าย ค่าบำรุงรักษาต่ำ มีความแข็งแรงและทนทานสูง และในบางรุ่นมีไมโครโฟรสำหรับบันทึกเสียง
2. กล้องวงจรแบบปิดอินฟาเรด (Infarred Camera) คุณสมบัติ สามารถใช้งานได้ทั้งกลางวันและกลางคืนสามารถจับภาพในที่มือสนิดได้
3. กล้องวงจรปิดแบบโดม (Dome Camera) กล้องวงจรปิดแบบโดมเป็นกล้องที่ถูกออกแบบให้มีขนาดเล็กกระทัดรัด สวยงาม เรียบร้อย ไม่สะดุดตา
4. กล้องวงจรปิดแบบซูม ( Zoom Camera) กล้องวงจรปิดแบบซูมมีความสามารถในการซูมได้ หมุนรอบตัวเอง ก้มเงยได้และยังสามารถตั้งกล้องให้หมุนไปตามจุดที่กำหนดได้โดยอัตโนมัติ มีทั้งที่ติดตั้งภายในอาคารและแบบภายนอกอาคาร
5. กล้องวงจรปิดแบบแอบซ่อน ( Hidden Camera) กล้องวงจรปิดแบบแอบซ่อนจุดประสงค์หลักเพื่องานที่เป็นความลับและไม่ต้องการให้รู้ว่ามีกล้องติดตั้งอยู่จุดไหนบ้าง
6. กล้องวงจรปิดแบบไอพี ( IP Camera)กล้องวงจรปิดแบบไอพีสามารถควบคุมผ่านคอมพิวเตอร์ได้โดยตรง ทั้งขา WAN และขา LAN บันทึกภาพได้ทั้งในตัวกล้องและใน NVR

Visitors: 3,198